อักษรย่อภาษาอังกฤษ

เลือกสอบ IELTS หรือ TOEFL อย่างไร · เปรียบเทียบครบทุกด้านสำหรับคนไทย

IELTS และ TOEFL คือ การสอบวัดความสามารถภาษาอังกฤษมาตรฐานสากลที่นิยมที่สุด IELTS (International English Language Testing System) จัดโดย British Council และ Cambridge เน้นสำเนียงอังกฤษและออสเตรเลีย · TOEFL (Test of English as a Foreign Language) จัดโดย ETS องค์กรสหรัฐฯ เน้นสำเนียงอเมริกัน · ทั้งคู่ใช้สมัครเรียนต่อต่างประเทศและขอวีซ่าทำงาน แต่ละการสอบมีจุดเด่นต่างกัน เลือกที่เหมาะกับเป้าหมายและสไตล์การเรียนของตน

เลือกดูคู่มืออื่นได้: 100 อันดับยอดนิยม · หลักการใช้อักษรย่อ · แบบฝึกหัด 5 ระดับ · หมวดการศึกษานานาชาติ

IELTS และ TOEFL คืออะไร · พื้นฐานที่ควรรู้ก่อนเลือก

การสอบทั้งสองวัดความสามารถภาษาอังกฤษ 4 ทักษะหลัก ฟัง อ่าน เขียน พูด แต่มีผู้จัดสอบและปรัชญาที่ต่างกัน

หัวข้อ IELTS TOEFL
คำเต็ม International English Language Testing System Test of English as a Foreign Language
ผู้จัดสอบ British Council, IDP Education, Cambridge ETS (Educational Testing Service · สหรัฐฯ)
ปีก่อตั้ง พ.ศ. 2532 พ.ศ. 2507
รูปแบบหลัก IELTS Academic, IELTS General Training, IELTS UKVI TOEFL iBT (Internet-Based Test)
ระยะเวลาสอบ 2 ชั่วโมง 45 นาที 2 ชั่วโมง
ผลคะแนน 0.0-9.0 (Band Score) 0-120 คะแนน (4 ทักษะ × 30)
อายุผลสอบ 2 ปี 2 ปี
สำเนียงข้อสอบ หลากหลาย (อังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ อเมริกัน) อเมริกันเป็นหลัก

IELTS มี 3 ประเภท · IELTS Academic ใช้สมัครเรียนต่อระดับปริญญา · IELTS General Training ใช้สมัครงาน ฝึกอบรม หรือ visa พำนัก · IELTS UKVI (UK Visa & Immigration) ใช้สมัครวีซ่าทำงานหรือเรียนต่อในสหราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ · TOEFL ปัจจุบันมีรูปแบบเดียวคือ TOEFL iBT แบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์

ความแตกต่างของรูปแบบข้อสอบ · 4 ทักษะแบบไหน

ทั้งคู่วัด 4 ทักษะหลักเหมือนกัน แต่รูปแบบและประเภทคำถามต่างกัน

ทักษะ IELTS TOEFL iBT
Listening (ฟัง) 30 นาที · 4 ส่วน · 40 ข้อ · ฟังครั้งเดียว · มีเวลาอ่านคำถาม 36 นาที · 28-39 ข้อ · ฟังครั้งเดียว · ลำดับคำถามตามเสียง
Reading (อ่าน) 60 นาที · 3 บทความ · 40 ข้อ · เน้นบทความหลากหลาย 54-72 นาที · 3-4 บทความ · 30-40 ข้อ · เน้นบทความวิชาการ
Writing (เขียน) 60 นาที · 2 ภาคงาน · Task 1 (อธิบายกราฟ/แผนภาพ 150 คำ) · Task 2 (เรียงความ 250 คำ) 29 นาที · 2 งาน · Integrated (อ่าน+ฟัง+เขียน 150-225 คำ) · Academic Discussion (เขียนความเห็น 100+ คำ)
Speaking (พูด) 11-14 นาที · พบหน้ากรรมการตัวเป็นๆ · 3 ส่วน · สัมภาษณ์สด 16 นาที · พูดใส่ไมค์ในคอมพิวเตอร์ · 4 งาน · บันทึกเสียง
วันสอบ 3 ทักษะแรกวันเดียว · Speaking อาจอีกวัน ทั้งหมดในวันเดียว 2 ชั่วโมง

จุดต่างที่สำคัญที่สุดคือ Speaking · IELTS มีกรรมการสอบสด ทำให้ได้คะแนนจากการสนทนาจริง · TOEFL บันทึกเสียงตอบ ทำให้ผู้สอบที่อายไม่ต้องตื่นเต้นกับการพบกรรมการ · เลือกตามสไตล์ที่คุณถนัด

ความแตกต่างของเนื้อหาและสำเนียง

เนื้อหาในข้อสอบและสำเนียงที่ใช้ทำให้แต่ละการสอบเหมาะกับผู้เรียนต่างกลุ่ม

  • IELTS · สำเนียงหลากหลาย เน้น real-world English · เสียงในข้อสอบรวมสำเนียงอังกฤษ (British) ออสเตรเลีย (Australian) แคนาดา (Canadian) นิวซีแลนด์ (New Zealand) และอเมริกันบ้าง · บทความและเนื้อหาเน้นสถานการณ์ในชีวิตประจำวันและการเรียนระดับมหาวิทยาลัย · IELTS General Training ใช้บทความจากนิตยสาร ใบประกาศ ป้ายต่าง ๆ · เหมาะกับผู้ที่จะไปอยู่ในประเทศที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่
  • TOEFL · สำเนียงอเมริกันเป็นหลัก เน้น academic English · เสียงในข้อสอบส่วนใหญ่เป็นสำเนียงอเมริกัน · บทความและเนื้อหาเน้นวิชาการ การบรรยายในห้องเรียน บทเรียนระดับมหาวิทยาลัย · เหมาะกับนักเรียนที่ตั้งใจเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยสหรัฐฯ และคุ้นเคยกับสไตล์การเรียนแบบอเมริกัน
  • ระดับความยาก เท่าเทียมโดยรวม · ทั้งคู่อยู่ในระดับ CEFR B1-C2 · ความยากของแต่ละข้อสอบใกล้เคียงกัน · แต่ละคนถนัดต่างกัน บางคนทำ IELTS ได้ดีกว่า บางคนทำ TOEFL ได้ดีกว่า ขึ้นกับสไตล์การเรียนและการคุ้นเคยกับสำเนียง
  • เคล็ดลับเลือกตามสไตล์ · ดูหนังหรือซีรีส์อังกฤษ ออสเตรเลีย ฟัง BBC News บ่อย · IELTS น่าจะถนัดกว่า · ดูหนัง Hollywood ฟัง CNN ฟัง podcast อเมริกัน · TOEFL น่าจะถนัดกว่า · ทดลองทำข้อสอบตัวอย่างของทั้งคู่ก่อนตัดสินใจ

ระบบคะแนนและการเทียบ · จาก IELTS ถึง TOEFL

ระบบคะแนนต่างกัน แต่สามารถเทียบกันได้คร่าว ๆ ตามตาราง ETS อย่างเป็นทางการ

IELTS (Band Score) TOEFL iBT (Total) CEFR Level ความสามารถ
9.0 118-120 C2 Expert · Native-like
8.5 115-117 C2 Very Good · ใกล้เคียงเจ้าของภาษา
8.0 110-114 C1 Very Good · พร้อมเรียนต่อระดับสูง
7.5 102-109 C1 Good · เข้าใจดีในวงกว้าง
7.0 94-101 C1 Good · เกณฑ์ขั้นต่ำของมหาวิทยาลัยชั้นนำ
6.5 79-93 B2 Competent · เกณฑ์ทั่วไปของมหาวิทยาลัย
6.0 60-78 B2 Competent · เกณฑ์ขั้นต่ำของหลายมหาวิทยาลัย
5.5 46-59 B2 Modest · พอใช้ในสถานการณ์คุ้นเคย
5.0 35-45 B1 Modest · ต้องเรียนเพิ่มก่อนเรียนต่อ
4.5 32-34 B1 Limited · ระดับพื้นฐาน
4.0 0-31 A2 Limited · ต้องเรียนภาษาเพิ่ม

ที่มาของตารางเทียบ · ETS (ผู้จัด TOEFL) เผยแพร่ตาราง concordance อย่างเป็นทางการ · British Council และ Cambridge ใช้ตารางนี้เช่นกัน · ค่าเทียบเป็นการประมาณ มหาวิทยาลัยปลายทางบางแห่งกำหนดคะแนนเฉพาะของแต่ละการสอบเป็นกฎหลัก ตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยปลายทางก่อนเลือกสอบ

ค่าใช้จ่ายและสถานที่สอบในประเทศไทย

ราคาและสถานที่สอบในประเทศไทยอยู่ในช่วงราคาใกล้เคียงกัน แต่ความสะดวกในการเดินทางอาจต่างกันตามจังหวัด

การสอบ ค่าสอบ (โดยประมาณ) สถานที่สอบหลัก
IELTS Academic / General Training ประมาณ 7,500-8,500 บาท British Council (กรุงเทพฯ เชียงใหม่) · IDP Education (กรุงเทพฯ ขอนแก่น หาดใหญ่ ภูเก็ต)
IELTS UKVI ประมาณ 9,000-10,500 บาท (แพงกว่าทั่วไป) เฉพาะศูนย์ที่ได้รับการรับรองจาก UK Visa
IELTS Online ประมาณ 6,500-7,500 บาท สอบจากที่บ้านได้ ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัว
TOEFL iBT (ที่ศูนย์สอบ) ประมาณ 6,300-7,000 บาท AIT (ปทุมธานี) · Trinity College · มหาวิทยาลัยและสถาบันที่ได้รับการรับรอง
TOEFL iBT Home Edition ประมาณ 6,300-7,000 บาท สอบจากที่บ้านได้ ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัว มีระบบ proctor ดูแล

หมายเหตุ · ราคาประมาณ ปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาและศูนย์สอบ · ตรวจสอบราคาล่าสุดที่ british-council.or.th, idp.com/thailand, ets.org/toefl · ทั้งคู่มีช่องทาง book online และจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตได้ · IELTS มักจัดสอบทุกสัปดาห์ในกรุงเทพฯ · TOEFL จัดสอบหลายครั้งต่อเดือน · เลือกวันสอบที่เหมาะกับการเตรียมตัวของตัวเอง

มหาวิทยาลัยปลายทาง · เลือกการสอบตามเป้าหมาย

แต่ละประเทศและมหาวิทยาลัยมีความนิยมการสอบต่างกัน ตรวจสอบข้อกำหนดของปลายทางก่อนตัดสินใจ

  • สหราชอาณาจักร อังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ ไอร์แลนด์เหนือ · นิยม IELTS เป็นหลัก · มหาวิทยาลัยทุกแห่งรับ IELTS · TOEFL ยอมรับในบางมหาวิทยาลัย แต่ IELTS เป็นมาตรฐาน · ถ้าสมัคร student visa ต้อง IELTS UKVI (รูปแบบเฉพาะ)
  • สหรัฐอเมริกา · นิยม TOEFL เป็นหลัก · มหาวิทยาลัย Ivy League และ Top 50 รับทั้ง IELTS และ TOEFL แต่ TOEFL ยังเป็นมาตรฐาน · ปัจจุบันมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ รับ IELTS เท่าเทียม TOEFL · ตรวจสอบเว็บไซต์มหาวิทยาลัยปลายทาง
  • ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ · นิยม IELTS เป็นหลัก · ทุกมหาวิทยาลัยและกรมตรวจคนเข้าเมืองรับ IELTS · TOEFL รับในบางที่ · ถ้าจะขอวีซ่า student หรือ working holiday ต้อง IELTS
  • แคนาดา · รับทั้งคู่ · IELTS นิยมกว่าเล็กน้อยเพราะแคนาดามีความผูกพันกับเครือจักรภพอังกฤษ · ถ้าสมัครเข้าควิเบกอาจต้องสอบฝรั่งเศสด้วย (TEF, TCF)
  • ยุโรปอื่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน ฝรั่งเศส · รับทั้ง IELTS และ TOEFL · บางหลักสูตรในมหาวิทยาลัยภาษาอังกฤษอาจกำหนดเฉพาะ · ตรวจสอบเป็นรายมหาวิทยาลัย
  • เอเชีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี · รับทั้งคู่ทุกแห่ง · NUS NTU ในสิงคโปร์ HKU ในฮ่องกง รับเท่าเทียม · บางมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นมี Eiken หรือ TOEIC ทดแทนได้
  • สมัครงานต่างประเทศ Visa ทำงาน · ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา สหราชอาณาจักร · ใช้ IELTS General Training ไม่ใช่ Academic · TOEFL ไม่รับสำหรับ work visa ส่วนใหญ่

กฎข้อสำคัญ ก่อนเลือกสอบ ดูข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยปลายทาง 2-3 แห่งที่ตั้งใจสมัคร · บางหลักสูตรกำหนดคะแนนขั้นต่ำเฉพาะของแต่ละการสอบ · ถ้าทั้ง 3 แห่งรับทั้งคู่ ใช้ความถนัดของตัวเองเลือก

เคล็ดลับการเตรียมตัวสอบทั้ง IELTS และ TOEFL

หลักการเตรียมตัว 4 ข้อที่ใช้ได้กับทั้งสองการสอบ ช่วยเพิ่มคะแนนได้จริงในเวลาจำกัด

  • ทำข้อสอบจำลอง (Mock Test) ก่อนเริ่มเรียน · จองสอบ Practice Test ที่ British Council, IDP หรือใช้ข้อสอบจริงจาก Cambridge IELTS ETS Official Guide · ดูคะแนนปัจจุบัน เปรียบเทียบกับเป้าหมาย · วิเคราะห์ว่าทักษะใดอ่อน ทักษะใดแข็ง · วางแผนเรียนรู้ตามจุดอ่อน
  • เน้นทักษะที่อ่อนที่สุดเป็นหลัก · นักเรียนไทยส่วนใหญ่อ่อน Speaking และ Writing · ฝึก Speaking โดยพูดเอง บันทึกเสียง แล้วฟังเอง · ฝึก Writing โดยเขียนทุกวัน อ่านบทความ Cambridge IELTS Sample Essays · ใช้แอป ChatGPT ขอ feedback ในบทความที่เขียน · จ้างครูพิเศษเมื่อต้องการคำติชมจากผู้เชี่ยวชาญ
  • ฟังและอ่านภาษาอังกฤษทุกวัน · 30 นาทีขั้นต่ำ · เลือกสำเนียงตามการสอบ · IELTS ฟัง BBC News, ABC News (ออสเตรเลีย), CBC (แคนาดา) · TOEFL ฟัง CNN, NPR, TED Talks · อ่าน Guardian, BBC, The Atlantic, The New York Times · ใช้เวลา 6-12 เดือนขั้นต่ำเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม · 3 เดือนเพียงพอสำหรับผู้ที่พื้นฐานดีแล้ว
  • เรียนรู้กลยุทธ์เฉพาะของแต่ละทักษะ · Reading · skim หาคำสำคัญก่อนอ่านละเอียด · ฝึก speed reading · Listening · จับคำ keyword ฝึกเขียน note สั้น ๆ · Writing · ใช้โครงสร้างย่อหน้ามาตรฐาน Introduction-Body-Conclusion · Speaking · ฝึกพูดด้วย topic cards · บันทึกเสียงและฟังตัวเอง · กลยุทธ์เหล่านี้เรียนได้จากหนังสือ Cambridge IELTS, ETS Official Guide, หรือสถาบันสอน

เคล็ดลับสุดท้าย · อย่ารอจนพร้อม 100% ค่อยสอบ · ตั้งเป้าหมายและจองสอบล่วงหน้า 2-3 เดือน · ความกดดันจากกำหนดวันสอบจะช่วยให้เตรียมตัวจริงจัง · หากผลคะแนนไม่ถึงเป้า สามารถสอบใหม่ได้ทันที (รอ 3-5 วัน) ไม่จำกัดจำนวนครั้ง · เก็บใบเสร็จและกำหนดการเรียนเพื่อขอลด VAT ภาษีได้

คู่มือที่เกี่ยวข้อง: 🔥 100 อันดับ อักษรย่อภาษาอังกฤษยอดนิยม · 📖 หลักการใช้อักษรย่อ · 📚 หมวดการศึกษานานาชาติ

กลับสู่ภาพรวม: 🏠 หน้าหลักอักษรย่อภาษาอังกฤษ · 📑 ตารางครบ A-Z