หลายคนอาจจะเคยเข้าใจผิดและงงกับลักษณะนามของการเรียกสิ่งต่างๆ เรียกว่าอย่างไรกันแน่ วันนี้มาดูกันว่าคำนามเหล่านี้จะมีลักษณะนามเรียกว่าอย่างไร

การใช้ลักษณะนาม

การใช้ลักษณะนามที่ควรรู้ ได้แก่

  • ขิง เรียกเป็น แง่งหรือ หัว
  • เข็ม เรียกเป็น เล่ม
  • เข็มกลัด (เครื่องประดับ) เรียกเป็น อัน
  • เข็มกลัดซ่อนปลาย,เข็มหมุด เรียกเป็น ตัว
  • เข็มขัด เรียกเป็น เส้นหรือสาย
  • แขนทุกข์ เรียกเป็น ปลอก
  • เจดีย์   เรียกเป็น องค์
  • ฉัตร เรียกเป็น คัน
  • ช้างบ้าน เรียกเป็น เชือก
  • ช้างป่า เรียกเป็น ตัว
  • ช้างขึ้นระวาง (เข้าประจำการ) เรียกเป็น ช้าง
  • ฎีกา (ใบแจ้งขอเบิกเงินจากคลัง) เรียกเป็น ฎีกา
  • ถ้าเป็นฎีกา ใบบอกบุญ เรียกเป็น ใบ
  • ฎีกา ที่เป็นหนังสือเขียนนิมนต์พระสงฆ์ เรียกเป็น ฉบับ
  • ตาลปัตร เรียกเป็น เล่ม
  • ตำหนัก เรียกเป็น หลัง
  • ตำหนิ เรียกเป็น แห่ง
  • ทพเจ้า , เทพารักษ์ ,เทวดา ,นางฟ้า เรียกเป็น องค์
  • เทศน์ ,เทศนา เรียกเป็น กัณฑ์
  • เทียนพรรษา เรียกเป็น ต้น
  • พระสงฆ์ เรียกเป็น รูปหรือองค์
  • นรก เรียกเป็น ขุม
  • นักบวช, นักบุญ,บาทหลวง,นักพรต เรียกเป็น รูป
  • นักสิทธิ์ ,พิทยาธร ,แม่ซื้อ, อสุรกาย,นางไม้ เรียกเป็น ตน
  • นอ (สิ่งที่งอกขึ้น เหนือจมูกแรด) เรียกเป็น นอ
  • นาค เรียกเป็น ตัว
  • บายศรี เรียกเป็น สำรับ, บายศรีต้นเรียกเป็น ต้น, บายศรีปากชาม เรียกเป็น ชุด หรือสำรับ
  • ปี่ เรียกเป็น เลา
  • ปรางค์,ปราสาท เรียกเป็น องค์
  • สังข์ (หอยสังข์) เรียกเป็น ขอน
  • สังฆาฏิ เรียกเป็น ผืน
  • สังวาล เรียกเป็น สาย
  • สามเณร ,สามเณรี เรียกเป็น รูป
  • สงฆ์ (ภิกษุ 4 รูปเฉพาะสวดอภิธรรม ) เรียกเป็น สำรับ
  • สงฆ์ (คณะของภิกษุตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไป) เรียกเป็น คณะหรือหมู่

 

คำในภาษาไทยมีทั้งที่เข้าใจง่ายและเข้าใจยากถ้าเราศึกษาและมั่นใช้บ่อยๆ จะทำให้เรื่องที่คิดว่ายากนั้นดูง่ายลงทันที