พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่คนไทยส่วนใหญ่นับถือ ในภาษาไทยจึงมีการกำหนดถ้อยคำไว้จำนวนหนึ่งสำหรับใช้กับภิกษุสามเณรโดยเฉพาะ ทั้งนี้เพราะพระภิกษุอยู่ในฐานะที่เป็นผู้สืบพระพุทธศาสนา และเป็นผู้ทรงศีล สามารถเทศนาสั่งสอนประชาชนให้ประพฤติดีประพฤติชอบ จึงควรใช้ภาษาด้วยถ้อยคำสุภาพและถูกต้องตามกาลเทศะ เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความเคารพนับถือ

1. คำนาม

คำนามที่ใช้คำหรับพระภิกษุ ส่วนมากใช้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป เว้นเเต่คำบางคำที่กำหนดไว้เฉพาะ เช่น

  • กาสาวพัสตร์ ผ้าย้อมฝาด คือ ผ้าเหลืองพระ
  • กลด คือ ร่มขนาดใหญ่ มีด้ามยาว สำหรับพระธุดงค์โดยเฉพาะ
  • จีวร คือ ผ้าสำหรับห่มของภิกษุสามเณรคู่กับสบง
  • สังฆาฏิ คือ ผ้าคลุมกันหนาวสำหรับพระใช้ทาบบนจีวร ใช้พันพาดบ่าซ้าย
  • ตาลปัตร คือ พัดใบตาล มีด้ามยาว สำหรับพระใช้ในพิธีกรรม
  • ธรรมาสน์ คือ ที่สำหรับภิกษุสามเณรนั่งเเสดงธรรม
  • บาตร คือ ภาชนะชนิดหนึ่ง สำหรับภิกษุสามเณรใช้รับอาหารบิณฑบาต
  • บริขาร คือ เครื่องใช้สอยของพระภิกษุ มี ๘ อย่าง รวมเรียกว่า “อัฐบริขาร” ได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ บาตร มีดโกนเข็ม ประคดเอว กระบอกกรองน้ำ
  • ปัจจัย คือ เงินที่ถวายพระเพื่อเป็นค่าปัจจัยสี่
  • ลิขิต คือ จดหมายของพระสงฆ์
  • จังหัน คือ อาหารเช้า
  • กุฏิ คือ เรือนหรือตึกสำหรับพระภิกษุสามเณรอยู่อาศัย
  • เจดีย์ คือ สิ่งซึ่งก่อเป็นรูปคล้ายลอมฟางมียอดเเหลม บรรจุสิ่งที่นับถือ เช่น พระธาตุ
  • หอไตร คือ หอสำหรับเก็บพระธรรม
  • อุโบสถ คือ สถานที่สำหรับพระสงฆ์ประชุมกันทำสังฆกรรม เรียกสั้นๆ ว่า โบสถ์

 

2. คำสรรพนาม

สมเด็จพระสังฆราช

คำขึ้นต้น กราบทูล..ทราบฝ่าพระบาท
สรรพนามบุรุษที่ 1 เกล้ากระหม่อม
สรรพนามบุรุษที่ 2 ใต้ฝ่าพระบาท
คำลงท้าย ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

สมเด็จพระราชาคณะ (เช่น สมเด็จพระวันรัต, พระพุทธโฆษาจารย์)

คำขึ้นต้น นมัสการ
สรรพนามบุรุษที่ 1 กระผม,ดิฉัน
สรรพนามบุรุษที่ 2 พระคุณเจ้า
คำลงท้าย ขอนมัสการด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

พระราชาคณะ (ขั้นพิเศษ, ธรรม, เทพ, ราช)

คำขึ้นต้น นมัสการ
สรรพนามบุรุษที่ 1 กระผม, ดิฉัน
สรรพนามบุรุษที่ 2 พระคุณท่าน
คำลงท้าย ขอนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง

พระภิกษุทั่วไป

คำขึ้นต้น นมัสการ
สรรพนามบุรุษที่ 1 กระผม, ดิฉัน
สรรพนามบุรุษที่ 2 ท่าน, พระเดชพระคุณ
คำลงท้าย ขอนมัสการด้วยความเคารพ

 

3. คำศัพย์อื่น ๆ ที่ใช้ในพุทธศาสนากับพระภิกษุ

เจริญพระพุทธมนต์ ใช้ในการนิมนต์พระภิกษุเกี่ยวด้วยงานมงคล ถ้านิมนต์เกี่ยวด้วยงานศพ พึงกล่าวว่าสวดมนต์

การนิมนต์พระ ตามความนิยม นิมนต์ 5 รูป 7 รูป หรือ 9 รูป เป็นเลขคี่เพราะถือว่ารวมพระพุทธด้วยก็เป็นจำนวนคู่ นิมนต์ไปงานมงคลสมรสนิยมนิมนต์พระ 8 รูปเป็นสิริมงคล แต่สำหรับพิธีหลวงทุกพิธี ทางราชการต้องนิมนต์ตั้งแต่ 10 รูปเป็นอย่างน้อย ถ้านิมนต์ไปงานศพ นิมนต์เพียง 4 รูป

ใบปวารณา การถวายจตุปัจจัยแด่พระภิกษุสามเณร ต้องใช้ใบปวารณามิให้กล่าวถึงเงินโดยตรง ให้ใช้คำว่า ข้าพเจ้าขอถวายจตุปัจจัยแด่พระคุณท่านเป็นมูลค่าบาทสตางค์

เบญจางคประดิษฐ์ การกราบพระพุทธรูป, พระภิกษุ, พระรัตนตรัยแบบคุกเข่าทั้งสองจดพื้น คว่ำฝ่ามือทั้งสองวางแผ่ราบจดพื้นให้ข้อศอกแนบลำตัว หน้าผากจดลงบนพื้น รวมเป็นองค์ 5 กล่าวคือ การกราบโดยให้อวัยวะทั้ง 5 ได้แก่เข้าทั้ง 2 มือทั้ง 2 และหน้าผากจดลงกับพื้น

การกรวดน้ำ ควรหยดน้ำหลั่งเป็นสายเดียวอย่างสม่ำเสมอทีละน้อยไม่ขาดสาย ไม่ควรให้มีเสียงน้ำหยดหรือไหลดังเกินควร ให้เริ่มกรวดน้ำตอนคำอนุโมทนาว่า “ยถาวรีวหา” ผู้กรวดจึงตั้งจิตแผ่ส่วนกุศลไปยังบุพการี ผู้ที่ประสงค์จะแผ่กุศลไปให้ รวมถึงสรรพสัตว์ทั้งหลาย เมื่อพระสวดจบบนยถา จึงหยุดกรวดน้ำ นั่งประนมมือฟังพระอนุโมทนาต่อไปจนจบ

รูป ลักษณะใช้เรียกกับพระภิกษุสามเณร เช่นพระรูปหนึ่ง สามเณร 3 รูป เป็นคำใช้แทนตัวผู้พูด สำหรับพระภิกษุสามเณรพูดกับคฤหัสถ์ เป็นสรรพนามบุรุษที่ 1

องค์ ลักษณะนามใช้เรียกสิ่งที่เคารพบูชา เช่น พระพุทธรูป 1 องค์ บาทหลวง 1 องค์ เป็นลักษณนามใช้กับสมเด็จพระสังฆราชและสมเด็จพระราชาคณะว่ามีจำนวน “องค์” แทน “รูป” ใช้กับนักบวชในศาสนาอื่นด้วย

ชี นักบวช เช่น ชีปะขาว คำเรียกหญิงที่นุ่งขาวห่มขาว โกนคิ้วโกนผม ถือศีล แม่ชีก็เรียก ชีต้น พระสงฆ์ที่เป็นอาจารย์ ภาษาโบราณใช้เรียกนักบวชหญิงว่ารูปชี ก็มี

ถวาย บุคคลทั่วไปใช้ถึงพระภิกษุ หรือพระภิกษุถวายพระพรพระมหากษัตริย์และเจ้านาย

เผดียงสงฆ์ แจ้งให้สงฆ์ทราบ

นิมนต์ (เชิญ, เชื้อเชิญ) เช่นนิมนต์ไปฉัน นิมนต์รับบาตร

อาราธนา (เชื้อเชิญ, นิมนต์, อ้อนวอน) เช่น อาราธนาแสดงธรรม อาราธนาพระปริตร อาราธนาศีล

อุบาสก-อุบาสิกา บุรุษ-สตรีที่นับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง คำลำลองว่าประสก-สีกา เป็นคฤหัสถ์ชายหญิงที่นับถือพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง

ฉัน ฉันภัตตาคาร กินอาหาร ภิกษุฉันวันละ 2 ครั้งคือ ตอนเช้ากับตอนกลางวัน เรียกว่าฉันจังหันและฉันเพล

โยม พระภิกษุใช้เรียกญาติผู้ใหญ่ หรือผู้มีอาวุโส เช่นบิดา เรียกว่าโยมผู้ชาย มารดาเรียกว่าโยมผู้หญิง หรือโยมพ่อโยมแม่ ฆราวาสจะกล่าวถึงญาติผู้ใหญ่ของท่านก็ใช้คำนี้ด้วย

มรณภาพ, ถึงแก่มรณภาพ ตาย

อาพาธ เจ็บไข้

ประเคน มอบของส่งให้พระภิกษุกับมือ ผู้ชายต้องใช้สองมือยก ผู้หญิงจะยกส่งถึงมือต่อมือไม่ได้ พระภิกษุจะต้องเอาผ้าวางรองรับ โดยท่านถือชายผ้าอีกข้างหนึ่งไว้ ให้ผู้หญิงประเคนของนั้นลงบนผ้า

หัตถบาส ใช้เรียกการนั่งของพระสงฆ์ในเวลาทำสังฆกรรมเพื่อแสดงความสามัคคีความพร้อมเพรียง โดยนั่งเว้นระยะห่างกันตามพระวินัยกำหนดอยู่ในที่ประชุมโดยไม่นั่งแยกกันหรือลุกเดินไปทางโน้นทางนี้ เรียกว่า นั่งหัตถบาส อีกความหมายของระยะหัตถบาสคือ มีกำหนดระยะห่าง ๒ ศอก คืบ มีวิธีวัดดังนี้ เมื่อภิกษุนั่งพับเพียบอยู่ ให้วัดจากด้านหลังของเธอมาถึงหน้าตักของเธอจะได้ระยะ ๑ ศอก แล้ววัดจากหน้าตักของเธอออกไปข้างหน้าอีก ๑ ศอก ๑ คืบ จะรวมได้เป็น ๒ ศอก ๑ คืบ นี้คือระยะหัตถบาส

ครองผ้า ครองจีวร นุ่งห่ม ถ้าใช้กับพระสังฆราไปใช้ทรงจีวร ทรงสบง

ภัตตาหาร อาหาร

ปลงอาบัติ พระภิกษุแสดงความผิดของตนเพื่อเปลื้องโทษทางวินัย

ปลงธรรมสังเวช พระภิกษุเกิดความสังเวชโดยธรรมเมื่อเห็นความแตกดับของสังขาร

ปลงบริขาร พระภิกษุมอบบริขารให้ผู้อื่นเวลาใกล้ตาย

ปลงผม โกนผม

กุฏิ ที่อยู่ของพระภิกษุสามเณร

บิณฑบาต รับอาหารใส่บาตรโดยพุทธศาสนิกชนตักบาตร

ทำวัตร สวดมนต์

จำวัด นอน

สรง อาบน้ำใช้แก่บรรพชิตและเจ้านาย

11058 views