กะเพรา กระเพรา กะเพา เขียนอย่างไรจึงจะมีความหมายถูกต้อง

มีคนไทยหลายคนที่ยังสับสนกับคำว่ากะเพรา แท้จริงแล้วเขียนอย่างไรกันแน่ ระหว่าง กะเพรา หรือ กระเพรา หรือ กะเพา มักจะเป็นปัญหาไม่มากก็น้อยในการเขียนชื่อผักชนิดนี้หรือเขียนเมนูเวลาสั่งอาหารว่าเขียนอย่างไรจึงจะไม่ผิด วันนี้เราจึงมำเสนอว่าที่จริงแล้วคำนี้เขียนอย่างไรกันแน่และเมื่อเขียนถูกแล้วมันจะมีความหมายว่าอย่างไรกัน


มีคนไทยหลายคนที่ยังสับสนกับคำว่า “กะเพรา” ว่าแท้จริงแล้วเขียนอย่างไรกันแน่ ระหว่าง กะเพรา กระเพรา หรือ กะเพา มักจะเป็นปัญหาไม่มากก็น้อยในการเขียนชื่อผักชนิดนี้หรือเขียนเมนูเวลาสั่งอาหาร เขียนอย่างไรจึงจะไม่ผิด วันนี้เราจึงมำเสนอว่าที่จริงแล้วคำนี้เขียนอย่างไรกันแน่และเมื่อเขียนถูกแล้วมันจะมีความหมายว่าอย่างไรกัน

ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 นั้นที่ถูกต้องก็คือว่า กะเพรา คำว่า “กะเพรา” ที่ถูกต้องเขียนดังนี้ “กะเพรา”

 

กะเพรา ความหมายของกะเพรา

ในหนังสือ “การใช้ กระ และ กะ พร้อมความหมาย” ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายของคำว่า กะเพรา ไว้ดังนี้ กะเพรา เป็นชื่อไม้ล้มลุกชนิด Ocimumtenuiflorum ในวงศ์ Labiatae มีกลิ่นฉุน ใช้ปรุงอาหาร พันธุ์ที่กิ่งและก้านใบสีเขียวอมแดงเรียก กะเพราแดง ใช้ทำยาได้ ส่วนคำว่า “กะเพา” จะหมายถึงเครื่องสานชนิดหนึ่ง และคำว่า “กระเพรา” ไม่พบในพจนานุกรมแต่อย่างใด สรุปก็คือ เขียนว่า “กะเพรา” เป็นคำที่ถูกต้องเมื่อเป็นชื่อผัก หรือ สั่งเมนูอาหาร

  • กะเพราหมู
  • กะเพราหมูสับ
  • กะเพราหมูชิ้น
  • กะเพรากุ้ง
  • กะเพราไก่ ไข่ดาว
  • กะเพราเนื้อ
  • กะเพราไข่เยี่ยวม้า

 

ผักกะเพรา

กะเพรา ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum tenuiflorum L. ชื่อภาษาอังกฤษ Holy basil, Sacred basil และมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆอีก เช่น กอมก้อ กอมก้อดง (เชียงใหม่), ห่อกวอซู ห่อตูปลู อิ่มคิมหลำ (แม่ฮ่องสอน), กะเพราขน กะเพราขาว กะเพราแดง (ภาคกลาง), อีตู่ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

ต้นกะเพรา เป็นไม้ล้มลุกซึ่งจัดอยู่ในวงศ์ Labiatae (Lamiaceae) สูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร โคนต้นออกแข็ง กะเพราแดงจะมีลำต้นสีแดงอมเขียว กะเพราขาวมีลำต้นสีเขียวอมขาว และยอดอ่อนมีขนสีขาว มีใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียวรูปรีออกตรงข้ามกัน ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเป็นจักฟันเลื่อยและเป็นคลื่น แผ่นใบมีขนสีขาว ส่วนดอกกะเพราจะออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีดอกสีขาวแกมม่วงแดงมีจำนวนมาก กลีบเลี้ยงโคนจะเชื่อมติดกัน ปลาบเรียวแหลม ด้านนอกมีขน กลีบดอกแบ่งเป็น 2 ปาก ปากบน 4 แฉก และปากล่าง 1 แฉกและยาวกว่าปากบน มีขนประปราย เกสรตัวผู้มี 4 อัน ส่วนผลเป็นผลแห้ง เล็ก เมื่อแตกออกจะมีเมล็ดสีดำถึงน้ำตาลคล้ายรูปไข่

กะเพรา จัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคได้หลายชนิด ทั้งตำรับยาไทยและต่างประเทศก็ระบุว่ากะเพราเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลายด้าน อย่างตำราสมุนไพรไทยบ้านเราก็บรรยายสรรพคุณของกะเพราเอาไว้ว่า รสฉุน ร้อน ช่วยขับลมแก้ซาง แก้ท้องขึ้น จุกเสียดแน่นท้อง ปวดท้อง ช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยบำรุงธาตุ เป็นต้น และในต่างประเทศก็มีการใช้กะเพราในการรักษาโรคกันอย่างกว้างขวางยิ่งกว่าบ้านเราเสียอีก โดยเฉพาะประเทศอินเดีย เขาถือว่ากะเพราเป็นยารักษาโรคได้ทุกโรค และยังจัดเป็นราชินีแห่งสมุนไพร (The Queen of herbs) หรือเป็นยาอายุวัฒนะ (The Elixir of life) เลยก็ว่าได้

กะเพราะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ กะเพราะแดง และ กะเพราะขาว โดยกะเพราแดงจะมีฤทธิ์ที่แรงกว่ากะเพราขาว ในสรรพคุณทางยาจึงนิยมใช้กะเพราแดง โดยส่วนที่นำมาใช้ทำเป็นยาสมุนไพร ก็ได้แก่ ส่วนของใบ ยอดกะเพรา (ทั้งสดและแห้ง) และทั้งต้น แต่ถ้านำมาใช้ประกอบอาหารจะนิยมใช้กะเพราขาวเป็นหลัก

เมื่อได้ทราบการสะกดที่ถูกต้องของชื่ออาหารแต่ละชนิดแล้ว การเขียนสั่งอาหารครั้งต่อไปของผู้อ่านก็หวังว่าจะไม่สับสนแล้วครับ นอกจากนี้ ยังมีการใช้ “กระ” และ “กะ” อีกหลายคำที่ยังมีการใช้สับสนอยู่ ซึ่งผู้เขียนจะได้นำเสนอคำที่น่าสนใจอีกในบทความครั้งหน้า




ร่วมแสดงความคิดเห็น