กริยา 3 ช่อง ทั้งหมด พร้อมคำอ่าน

ในภาษาอังกฤษ การใช้คำประเภทคำกริยา นั้นจะมีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างจากภาษาไทยในเรื่องของการเปลี่ยนรูปคำตามช่วงของเวลา ในภาษาไทยเอง ถ้าเป็นการกระทำใด ๆ ในห้วงเวลาที่แตกต่างกัน เราจะมีคำบอกช่วงเวลาในประโยค เช่น เมื่อเช้านี้ ฉันกินข้าวเช้าแล้ว แต่ในภาษาอังกฤษ จะต้องเปลี่ยนรูปของคำกริยาเพื่อบอกว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดแทน จึงเป็นที่มาของคำว่า กริยา 3 ช่อง ที่เราจะมาเรียนกันในวันนี้


ในภาษาอังกฤษ การใช้คำประเภทคำกริยา นั้นจะมีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างจากภาษาไทยในเรื่องของการเปลี่ยนรูปคำตามช่วงของเวลา ในภาษาไทยเอง ถ้าเป็นการกระทำใด ๆ ในห้วงเวลาที่แตกต่างกัน เราจะมีคำบอกช่วงเวลาในประโยค เช่น เมื่อเช้านี้ ฉันกินข้าวเช้าแล้ว แต่ในภาษาอังกฤษ จะต้องเปลี่ยนรูปของคำกริยาเพื่อบอกว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดแทน จึงเป็นที่มาของคำว่า กริยา 3 ช่อง ที่เราจะมาเรียนกันในวันนี้

คำกริยาในภาษาอังกฤษ ตามหลักไวยากรณ์แบ่งออกเป็น 3 ช่อง เรียกว่า “กริยา 3 ช่อง” ซึ่งแต่ละ ช่องก็บอกถึง เหตุการณ์ในแต่ละช่วงของเวลาได้อีกด้วย

คำที่แสดงถึงอาการต่าง ๆ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงของเวลา กล่าวอีกนัยหนึ่งก็ คือ คำพูดที่แสดง ถึงการกระทำของตัวประธานในประโยค หรือคำที่ทำหน้าที่ช่วยคำกิริยาด้วยกันนั่นเอง กิริยาเป็นคำที่มีบทบาทที่สำคัญ ในแต่ละประโยค ถ้าในประโยคนั้น ๆ ขาดคำกิริยา ความหมายก็ไม่เกิด และไม่สามารถทราบถึงเหตุการณ์ต่าง ๆได้เลย หรือมีใจความที่ไม่สมบูรณ์

คำกิริยาตามหน้าที่ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

  1. สกรรมกริยา ( Transitive Verb ) คือ คำกิริยาที่ต้องมีตัวกรรม หรือคำอื่นเข้ามารองรับความ หมายจึง จะสมบูรณ์ เช่น The boys kick football in the field. หมายความว่า พวกเด็ก ๆ เตะ ฟุตบอลอยู่ที่สนามหญ้า คำว่า “kick” เป็น คำกิริยา บอกให้ทราบถึงเหตุการณ์ว่าในขณะนี้หรือปัจจุบัน นี้เด็ก ๆ กำลังเล่นกันอยู่ ส่วนคำว่า ” football ” เป็นตัวกรรม หรือตัวที่ทำหน้าที่รองรับกิริยาให้มีความ หมายสมบูรณ์ขึ้น เพราะถ้าใช้คำว่า ” kick ” คำเดียวความหมายไม่สมบูรณ์ ไม่ รู้ว่าเตะอะไร นั่นเอง
  2. อกรรมกริยา ( Intransitive Verb ) คือ คำกิริยาที่ไม่ต้องมีตัวกรรมหรือคำอื่นมารองรับก็ได้ ความหมายสมบูรณ์ เช่น The dogs run in the field. ประโยคนี้ไม่ต้องมีตัวกรรมมารองรับ ก็ได้ใจ ความสมบูรณ์ดี ซึ่งคำว่า “run ” แปลว่า ” วิ่ง ” คงไม่ต้องถามว่าใช้อะไรวิ่ง
  3. กริยาช่วย ( Helping Verb หรือ Auxiliary Verb ) คือ กิริยาที่มีหน้าที่ช่วยให้กิริยาด้วย กันมีความหมายดีขึ้น และ ยังมีหน้าที่ทำให้ตัวของมันเองมีความหมายที่สมบูรณ์ขึ้นได้ดีอีกด้วย เช่น She studies in Lamp – Tech college . Does she study in Lamp – Tech College?

 

คำกิริยาในภาษาอังกฤษตามหลักไวยากรณ์แบ่งออกเป็น 3 ช่อง เรียกว่า “กริยา 3 ช่อง” ซึ่งแต่ละ ช่องก็บอกถึง เหตุการณ์ในแต่ละช่วงของเวลาได้อีกด้วย

กริยาช่องที่ 1 ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
กริยาช่องที่ 2 ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต
กริยาช่องที่ 3 ใช้กล่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปอย่างสมบูรณ์ทั้งในปัจจุบันและอดีต เรียก อีกอย่างหนึ่งว่า “ส่วนสมบูรณ์ของกิริยา หรือ Complement

กริยา 3 ช่อง ทั้งหมด พร้อมคำอ่าน

No Base Form (กริยาช่อง 1) Simple Past Tense(กริยาช่อง 2) Past Participle (กริยาช่อง 3) คำแปล
1 be = is, am, are (บี, อีส, แอม, อรฺา) was, were (วอส, เวอ) been (บีน) เป็น อยู่ คือ
2 become (บิคั๊ม) became  (บิเค๊ม) become (บิคัม) กลายเป็น
3 begin (บิกิน) began  (บิแก๊น) begun (บิกัน) เริ่มต้น
4 bet  (เบ็ต) bet (เบ็ต) bet (เบ็ต) พนัน
5 bite ไบตฺ bit บิต bitten บิตเทิน กัด
6 bleed (บลีด) bled  (เบล็ด) bled (เบล็ด) เลือดออก
7 blow บโล blew บลู blown บโลน พัด เป่า ตี
8 break เบรก broke บโรค broken บโรคเคิน แตก
9 bring บริง brought บรอท brought นำมา เอามา
10 build บิลด built  บิลท built สร้าง
11 burst เบิสท burst burst ระเบิด
12 buy บาย bought บอท bought ซื้อ
13 catch แค็ทช caught คอท caught จับ , ขึ้นรถ
14 choose ชูส chose โชส chosen โชเซิน เลือก
15 come  คัม came เคม come มา
16 cost  คอสท cost cost มีราคา
17 cut cut cut ตัด
18 dig  ดิก dug ดัก dug ขุด
19 dive (ไดฝ) dived (โดฝ) dived (ไดฝด) ดำนํ้า
20 do ดู did ดิด done ดัน ทำ
21 draw ดรอ drew ดรู drawn  ดรอน ลาก วาด เขียน
22 drink  ดริงค drank ดแรงค drunk ดรังค ดื่ม
23 drive ไดรฝ drove ดโรฝ driven ดริฝเฝิน ขับ(รถ)
24 eat อีท ate เอท eaten อีทเทิน กิน
25 fall ฟอล fell เฟ็ล fallen ฟอลเลิน ตก หล่น
26 feel ฟีล felt เฟ็ลท felt รู้สึก
27 fight ไฟท fought ฟอท fought ต่อสู้
28 find ไฟนด found  เฟานดึ found พบ
29 fly ฟลาย flew ฟลู flown ฟโลน บิน
30 forbid ฟอบิด forbade ฟอเบด forbidden ฟอบิดเดิน ห้าม
31 forget ฟอเก็ท forgot ฟอก็อท forgotten ฟอก็อทเทิน ลืม
32 freeze ฟรีส froze โฟรส frozen โฟรสเซิน แข็งตัว หนาว
33 get เก็ท got ก็อท got เอา ได้รับ
34 give กิฝ gave เกฝ given กิฝเฝิน ให้
35 go โก went เว็นท gone กอน ไป
36 grind กรายด ground  กราวด ground บด ลับ
37 grow กโร grew กรู grown กโรน เติบโต, ปลูก
38 hang (pictures) แฮง hung ฮัง hung แขวน ห้อย
39 hang (people) แฮง hanged  แฮงด hanged แขวนคอ
40 have แฮฝ had แฮด had มี
41 hear เฮีย heard เฮิด heard ได้ยิน
42 hide ฮายด hid ฮิท hidden ฮิดเดิน ซ่อน
43 hurt เฮิท hurt hurt ทำร้าย
44 know โน knew นู known โนน รู้
45 lay เล laid เลด laid วาง ออกไข่
46 lead ลีด led เหล็ด led นำ
47 learn เลิน learnt เลินท learnt เรียนรู้
48 leave ลีฝ left เล็ฟท left ละทิ้ง, จากไป
49 lend เล็นด lent  เล็นท lent ให้ยืม
50 lie ลาย lay เล lain เลน นอน
51 light ไลท lit  ลิท lit จุดไฟ
52 lose ลูส lost ลอสท lost แพ้ ทำหาย
53 make เมค made เมด made ทำ
54 meet มีท met เม็ท met พบ
55 mistake มิสเตค mistook มิสตุค mistaken มิสเตคเคิน ทำผิด
56 pay เพ paid  เพด paid จ่าย
57 put พุท put put วาง
58 quit ควิท quitted ควิทเท็ด (or quit) quit ควิท เลิก
59 read หรีด read เหร็ด read เหร็ด อ่าน
60 ride รายด rode โรด ridden ริดเดิน ขี่
61 ring ริง rang แรง rung รัง สั่น (กระดิ่ง)
62 rise ไรซ rose โรส risen ริสเซิน ขึ้น ลุกขึ้น
63 run รัน ran แรน run วิ่ง
64 say เซ said เซด said พูด
65 see ซี saw ซอ seen ซีน เห็น
66 seek ซีค sought ซอท sought ค้นหา
67 sell เซ็ล sold โซลด sold ขาย
68 set เซ็ท set set จัด
69 shake เชค shook  ชุค shaken เขย่า สั่น
70 shine ชายน shone  โชน shone ส่องแสง
71 shrink ชริงค shrank  ชแรงค shrunk ชรัง หดลง สั้นลง
72 sing ซิง sang แซง sung ซัง ร้องเพลง
73 sink ซิงค sank แซงค sunk ซังค จม ถอยลง
74 sit ซิท sat แซ็ท sat แซ็ท นั้ง
75 slide สไลด slid สลิด slid สื่นไถล, เลื่อนไป
76 sleep สลีพ slept  สเล็พท slept นอนหลับ
77 speak สปีค spoke สโปค spoken สโปเคิน พูด
78 spin สปิน spun สปัน spun ม้วน กรอ ปั่นฝ้าย
79 split สปลิท split split แตก, แยก
80 spring สปริง sprang สแปรง sprung สปรัง โดดอย่างเร็ว, เด้ง
81 sting สติง stung  สตัง stung สตัง ต่อย, แทง
82 stink สติงค stank สแตงค stunk สตังค ส่งกลิ่นเหม็น
83 strike สไตรค struck สตรัค struck ตี, ต่อย? กระทบ
84 string สตริง strung สตรัง strung ผูกเชือก ขึงสาย
85 swear สแว swore สวอ sworn สวอน สาบาน ปฏิญาณ
86 swell สเว็ล swelled สเว็ลด swollen สวอลเลิน โตขึ้น หนาขึ้น
87 swim สวิม swam สแวม swum ว่ายนํ้า
88 swing สวิง swung สวัง swung แกว่ง, เหวี่ยง
89 take เทค took ทุค taken เทคเคิน เอา พาไป
90 teach ทีช taught ทอท taught สอน
91 tell เท็ล told โทลด tod บอก
92 think ธิง thought  ธอท thought คิด
93 throw ธโร threw ธรู thrown ธโรน เหวี่ยง ขว้าง
94 wake เวค woke โวค waken เวคเคิน ตื่น, ปลุก
95 wear (แว) wore (วอ) worn (วอน) สวม, ใส่
96 weave (วีฝ) wove (โวฝ) woven (โวฝเฝิน) ทอผ้า, สาน
97 win (วิน) won (ว็อน) won (วอน) ชนะ
98 write (ไรท) wrote (โรท) written ริทเทิน เขียน

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะจ๊ะ มีต่อไปดูได้ที่ กริยา 3 ช่อง + ตาราง ช่อง 2 ช่อง 3 คำแปล ครบทุกคำ ค้นหาง่าย

 

ทางลัด / เมนูแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังศึกษาเรื่องกริยา 3 ช่อง

>> กริยา 3 ช่อง ทั้งหมด และคำแปล

>> ค้นหา คำ กริยา 3 ช่อง

>> หมวดหมู่ของกริยา 3 ช่อง

>> ความหมายของกริยา 3 ช่อง

 




ร่วมแสดงความคิดเห็น